Archives กันยายน 2025

วันพระราชทาน “ธงชาติไทย”

วันที่ 28 กันยายน ของทุกปีคือ วันพระราชทานธงชาติไทย (Thai National Flag Day) ซึ่งเป็นวันที่ระลึกถึงการที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯ ประกาศใช้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทยในปี พ.ศ. 2460 วันนี้ไม่ถือเป็นวันหยุดราชการ แต่หน่วยงานราชการจะมีการจัดกิจกรรมชักธงและประดับธงชาติไทยเพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ. 

ความเป็นมา

  • พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศพระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติธง โดยกำหนดให้ “ธงไตรรงค์” เป็นธงชาติไทยสืบมาจนถึงปัจจุบัน
  • พ.ศ. 2560 คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันที่ 28 กันยายนของทุกปีเป็นวันพระราชทานธงชาติไทย โดยเริ่มในปี พ.ศ. 2560 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและส่งเสริมความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ

กิจกรรมในวันนี้

  • หน่วยงานราชการและประชาชนจะจัดกิจกรรมชักธงและประดับธงชาติไทย เพื่อแสดงความเคารพต่อสัญลักษณ์ของชาติ.

ความหมายของธงไตรรงค์

  • สีแดง: หมายถึง ชาติ คือประชาชน.
  • สีขาว: หมายถึง ศาสนา.
  • สีน้ำเงิน: หมายถึง พระมหากษัตริย์.

ธงไตรรงค์จึงเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่เตือนใจให้รำลึกถึงการเสียสละของบรรพบุรุษเพื่อรักษาแผ่นดิน และหล่อหลอมความรักความสามัคคีในชาติ. 

วันพระบรมราชสมภพครบ 100 ปี (รัชกาลที่ 8)

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 ณ เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงเป็นพระโอรสในสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์กับหม่อมสังวาลย์ มีพระเชษฐภคินี คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา และพระอนุชา คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดชพระองค์ทรงเริ่มการศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนมาแตร์เดอี ก่อนศึกษาต่อที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ จากนั้น เสด็จไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ณ โรงเรียนมีเรมองต์และโรงเรียนนูแวล เดอลา ชูอิส โรมองต์ ทรงสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญาสาขานิติศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และทรงศึกษาต่อด้านนิติศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสละราชสมบัติ ในวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 สภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาลได้มีมติเห็นชอบให้อัญเชิญพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล ขึ้นสืบราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ แต่เนื่องด้วยขณะนั้นพระองค์มีพระชนมพรรษาเพียง 8 พรรษา ทั้งยังทรงศึกษาอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ จึงแต่งตั้งพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพยอาภา และเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จนกว่าจะทรงบรรลุนิติภาวะ

ถึงแม้จะประทับในต่างแดน แต่ด้วยพระราชจริยวัตรที่งดงาม จึงทรงเป็นที่เคารพรักของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า การเสด็จนิวัติประเทศไทยทั้งสองครั้ง ทำให้ได้มีโอกาสทอดพระเนตรเห็นสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งในเมืองและในชนบท ทรงเห็นว่ามีหลายสิ่งที่จะต้องพัฒนาและช่วยเหลือคนไทยให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะทำนุบำรุงบ้านเมืองให้เจริญทัดเทียมกับประเทศในยุโรปที่ทรงศึกษาอยู่